วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Backpack ไปเที่ยวสิงคโปร์ กันเลย ตอนที่ 4

ความเดิมจากตอนที่แล้ว จากที่ได้รับประสบการณ์ หลงทางในต่างแดน ตอนยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ มันเ็ป็นสิ่งที่จดจำมาได้ถึงทุกวันนี้ ใครมีลูกมีหลาน ก็อย่าเลี้ยงกันแบบไม่ปล่อยให้ออกไปไหนเลยนะ.... เราควรปล่อยเด็กได้เผชิญด้วยตัวเองบ้างจะดีทีเดียว

เท่าที่จำได้คุณครูก็จะพาไปเที่ยว sentosa ก็คงเป็นที่ที่ใครมาเที่ยวจะต้องไป ผมก็ไปเล่นโน้น นี่ตามประสาเด็ก มีขึ้นกระเช้าด้วย ชอบมาก แต่สมัยนี้มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านเข้าไปเลย ทันสมัยขึ้นเยอะ

แต่ที่ชอบก็คง ไป underwater world คิดดูว่าเด็กตัวเล็กๆ ไปอุโมงค์น้ำเห็นปลาเต็มไปหมด เมืองไทยยังไม่มีเลยสมัยนั้น อยากบอกว่าชอบมาก เห็นปลาแปลกๆ มากมายเลย ตื่นเต้นดี ถ้าสมัยนี้เมืองไทยก็มีแล้ว ที่พารากอน ผมยังไม่เคยไปเลยอ่ะ.... ว่าจะ ว่าจะ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ไปเลย


แล้วก็มีไปสถานที่ต่างๆ ทุกเสาร์ อาทิตย์ อ่อ..ไปสวนนกจูล่ง ก็ชมนก ชมไม้กันไป ที่ตื่นเต้น ก็คงได้ห็นนกเพนกวิน ครั้งแรกในชีวิต ดีจัง เคยเห็นแต่ในรูป

ช่วงที่อยู่สิงคโปร์จะมีไปมาเลเซียด้วยนะ เพราะอยู่นานต้องไปต่อพาสปอร์ต ด้วย ก็เลยได้ไปเที่ยวมาเลเซีย 1 วัน

การใช้ชีวิตอยู่ที่นั้นไม่ค่อยกดดันอะไรมากมาย เพราะอยู่แต่เด็กไทยที่ไปด้วยกัน แต่ก็มีนะไปเล่นเตะบอลกับเด็กสิงคโปร์ด้วย สนุกดี ก็มีตอนที่ครอบครัวที่เราไปอยู่ด้วยเขาพาไปหาญาติเขา ไปพบปะ สังสรรค์กัน เราได้ดูวิถีชีวิตคนสิงคโปร์ ก็ได้ความรู้ดี จำได้กินเบียร์ Tiger เชียร์บอลทีมชาติ ตัวเอง ก็สนุกดี วัฒนธรรมก็ใกล้เคียงกับเรา

แล้วเราก็เรียนจบ.... เฮ้ย ทำไมรู้สึกว่าภาษาอังกฤษ ในสมองมันปริมาณเท่าเดิมยังไงไม่รู้ วันรับเกียรติบัตร ยังไม่รู้ตัวเลยว่าได้อะไรมาบ้าง แต่ที่แน่ๆสมองอีกซีก ได้ความคิด ได้ประสบการณ์ ที่เต็มเปี่ยมกลับบ้าน

ช่วงวันสุดท้ายคุณพ่อก็มาหาที่นี้ด้วย มาที่พัก คุยกับแม่บ้านด้วยภาษาจีน กันแบบไฟแลบ เลย.... เฮ้ย ทำไมเราฟังไม่ออกอ่ะ คิดว่าจีนกลาง ดันเป็นจีนแต้จิ๋ว เหมือนบรรพบุรุษเราเลย ช่วงเด็กๆเราก็ฟัง และพูดได้บ้างนะ เพราะอยู่กะอาม่า พูดไทยไม่ได้ เราเลยซึมซับมา แต่ถ้าตอนนี้ คืนเกือบไม่หมดแล้ว ..... ภาษาจีนคืนแล้ว ภาษาไทย เริ่มจะไม่แข็งแรง เพราะภาษาเด็กแนวเข้ามาครอบงำ ส่วนภาษาอังกฤษ ไม่ได้เลย 55555

เรามีงานเลี้ยงที่โรงแรมกันก่อนลาจากกัน.....เศร้าดี ซึ้งดี ดีใจที่ได้มา ก็ร้องไห้ร่ำลากันไป แล้วก็บินกลับมาเมืองไทย ก็ได้โทรติดต่อเพื่อนๆกันบ้าง ได้เขียนจดหมายกันบ้าง..... ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด คงไม่มีโอกาสไปนัดเจอเพื่อนๆ ที่อยู่กรุงเทพ แล้ววันเวลามันก็ผันผ่านไป การติดต่อก็จางลงไป แล้วไม่ได้รับรู้ข่าวสารกันอีกเลย....... ไม่แน่นะว่า การเล่น facebook บางทีอาจจะพบเจอกันก็ได้

ขอบคุณพ่อผม ที่มอบประสบการณ์ดีดีให้ลูกคนนี้....... และแล้วจากวันนั้นถึงวันนี้ ผมก็พร้อมที่จะเดินทางกลับไปเยี่ยมเยียน ประเทศนี้อีกครั้ง ว่ามันแตกต่างไปจากอดีต ที่ผมเคยไปอยู่มากน้อยอย่างไร

โปรดติดตามตอนต่อไป....

3 ความคิดเห็น:

  1. ชาตรี ศิษย์หอมหวล7 สิงหาคม 2553 เวลา 22:12

    ดีจัง ตอนเด็กๆ ผมอยู่บ้าน ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนเลย

    ตอบลบ
  2. เห็นด้วยคะกะการที่ควรปล่อยเด็กให้เผสิญด้วยตัวเอง เป็นอะไรทีพ่อแม่ไทยปล่อยวางยากมากโดยเฉพาะลูกผู้หญิง

    ปีที่แล้วเราเลยให้ประสพการณ์กับลูกพี่สาวและลูกพี่ชาย 2คน พามาเที่ยวลอนดอนและจับไปเรียนภาษาอยู่โรงเรียนประจำ เพราะคิดว่าให้ห่างตาแม่และปล่อยไปเลย จะให้อยู่ที่บ้านเดี๋ยวก็ไม่ได้ฝิกภาษาเท่าไหร่ ไปอยู่กะ host พ่อแม่หลานๆก็คงอึดอัด กลัวโน่นกลัวนี่ เพราะไม่เคยปล่อยลูกนอกสายตานานๆ สำหรับอายุ 15 ปี ยังติดเป็นลูกแหง่ เพื่อความสบายใจเราเลยให้อยู่โรงเรียนประจำ มีกิจกรรมทุกวัน ออกนอกโรงเรียนก็ต้องแจ้ง อยู่ในระเบียบวินัย กินนอนเป็นเเวลา

    หลานๆก็ชอบนะ เพราะเห็นอะไรแปลก การโตของเด็กๆในยุโรปต่างจากไทยมากๆๆ และหลานๆไม่ค่อยกล้าแสดงออกในการคิดเห็น ช่วงหลังดีขึ้นเพราะต้องสอน ก็กล้าและมีความมั่นใจมากขึ้น

    ตอบลบ
  3. ขอบคุณเพื่อนๆ ที่เข้ามาเม้นทั้งตรงนี้ และ comment fb ทางด้านขวามือ ที่ขึ้นบ้างไม่ขึ้นบ้าง..... ดีคับคุณ Sam ต้องฝึกเผชิญกับโลกภายนอก โดยดูแลอยู่ห่างๆ เพราะอยู่ในสังคมปัจจุบัน มันต้องมีภูมิคุ้มกันสูง

    ตอบลบ