iSalaryman
ทำงานไปวันๆ มองเห็นอะไรในสังคม ก็เอามาเล่าสู่กันฟัง ในมุมมองมนุษย์เงินเดือนยุค 3G
วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
ย้ายที่อยู่ใหม่แล้วคับ
สวัสดีเพื่อนๆ ที่เข้ามาเยี่ยมชม Blog ของ Salaryman กันนะคับ ขอแจ้งว่า Blog นี้หยุดการ Update แล้วโดยย้ายไปอยู่บ้านใหม่ที่ www.iSalaryman.com แล้วคับ และจะขนเนื้อหาใน Blog นี้ตามไปเก็บไว้่ที่นู่นด้วย โดยมีการ rewrite ใหม่ให้เข้มข้นกว่าเดิม
อย่าลืมเข้าไปติดตาม เป็นกำลังใจกันได้นะคับ.......
วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ทักทายเพื่อนๆ เตรียมย้ายไปบ้านหลังใหม่ใหญ่กว่าเดิม
สวัสดีเพื่อนๆ
ตอนนี้บ้านหลังนี้ จะเป็นบ้านร้างแล้ว โดยผมได้บ้านหลังใหม่ กำลังอยู่ในช่วงกำลังก่อสร้าง ขยับขยายให้ดูดีขึ้น รองรับเนื้อหาใหม่ๆ มาให้เพื่อนๆได้รับชมกัน ถ้าบ้านหลังใหม่เสร็จแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ช่วงนี้เพื่อนๆก็เข้าไปรับชม สาระต่างๆได้ใน facebook ผมเช่นเคยนะคับ และพึ่งอายุครบ 1 ขวบ ไปเมื่อวันที่ 7 ธ.ค ที่ผ่านมานี่เอง มีเพื่อนๆเข้ามาอวยพรกันเพียบเลย และเมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 ผมก็จะพัฒนาปรับปรุง เนื้อหาให้แน่นขึ้น ชัดเจนขึ้น ก็ติดตามกันได้นะคับ
ตอนนี้บ้านหลังนี้ จะเป็นบ้านร้างแล้ว โดยผมได้บ้านหลังใหม่ กำลังอยู่ในช่วงกำลังก่อสร้าง ขยับขยายให้ดูดีขึ้น รองรับเนื้อหาใหม่ๆ มาให้เพื่อนๆได้รับชมกัน ถ้าบ้านหลังใหม่เสร็จแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ช่วงนี้เพื่อนๆก็เข้าไปรับชม สาระต่างๆได้ใน facebook ผมเช่นเคยนะคับ และพึ่งอายุครบ 1 ขวบ ไปเมื่อวันที่ 7 ธ.ค ที่ผ่านมานี่เอง มีเพื่อนๆเข้ามาอวยพรกันเพียบเลย และเมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 ผมก็จะพัฒนาปรับปรุง เนื้อหาให้แน่นขึ้น ชัดเจนขึ้น ก็ติดตามกันได้นะคับ
วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553
กลับมาทักทายเพื่อนๆในบ้านหลังนี้ (อีกครั้ง)
สวัสดีคับ
ห่างหายไปนานเป็นเดือนๆเลยกับบ้านหลังนี้ ช่วงนั้นกำลังโม้มันๆ กับการท่องเที่ยวไปสิงคโปร์ยังโม้ไม่จบ ก็งานเข้า ประมาณว่างานประจำโปรเจคใหม่เข้ามาพร้อมกันเลยหมดแรง แต่อยากเขียนให้อ่านกันเลยนอนดึกทุกคืน ผลลัพธ์คือไม่สบายบ่อย แต่ไม่ธรรมดาด้วย ดันเป็นไข้หวัด 2009 ซะงั้น นอนซมเป็นสัปดาห์ เลยทำให้ต้องหยุดพักไปโดยปริยาย และหายแล้วก็ไม่อยากหักโหมจนเกินไปทั้งงานประจำที่หนัก และงานเขียนที่ต้องให้เวลากับมัน ก็เลยพักไว้ก่อนดีกว่า
แต่ยังไงก็ชอบอยากจะเขียนให้เพื่อนๆอ่านเล่นๆกัน แต่อย่างว่าเนาะ เจอกันบน facebook ทุกวันกับเรื่องราวที่นำมาเสนอกัน แวดวงไหนเป็น talk of the town ก็เอาว่าเล่าและช่วยกันเม้น วิจารณ์กันไป เดี๋ยวนี้ก็หันไปจับ twitter แม้จับช้าไปหน่อย แต่ก็ยังพอตามทันเขาอยู่ สนุกดีนะ อยากให้เพื่อนๆได้ลองเล่นกัน ตอนนี้ก็มีเพื่อนๆใหม่ทั้งจาก fb และจาก twitter เองเข้ามา follow กัน 50 กว่าคนแล้ว ดีใจจัง
บ้านหลังนี้อนาคตอาจจะย้ายไปบ้านหลังใหม่ เพราะได้เช่าที่ ได้สร้างใหม่เป็นของตัวเอง ประมาณเดือนหน้าจะมาอวดโฉมให้เห็น ก็ติดตามกันนะคับ
ช่วงนี้นำเสนอจะหนักไปเรื่องน้ำท่วมซะส่วนใหญ่ เรียกว่าน่ากลัว และถึงขั้นวิกฤต เดือดร้อนไปทุกที อ่านข่าวทีไร แต่ละที่ไม่ต่ำกว่า 2 เมตร ที่เขียนอยู่นี่ก็น้ำยังไม่มากรุงเทพ อีก 2-3 วันก็จะมาแล้ว ไมรู้รับมือไหวไหม น้ำเยอะมากจิงๆ ปีนี้ ก็ลุ้นกันไป แต่ก็ห้ามไม่ได้ภัยธรรมชาติ ก็ต้องสู้กันไป
วันนี้มาเล่าสู่กันฟังเท่านี้ก่อน ถือว่ามาเยี่ยมเยียนบ้านหลังนี้อีกครั้ง ขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตามคับผม
จากใจ iSalaryman
ห่างหายไปนานเป็นเดือนๆเลยกับบ้านหลังนี้ ช่วงนั้นกำลังโม้มันๆ กับการท่องเที่ยวไปสิงคโปร์ยังโม้ไม่จบ ก็งานเข้า ประมาณว่างานประจำโปรเจคใหม่เข้ามาพร้อมกันเลยหมดแรง แต่อยากเขียนให้อ่านกันเลยนอนดึกทุกคืน ผลลัพธ์คือไม่สบายบ่อย แต่ไม่ธรรมดาด้วย ดันเป็นไข้หวัด 2009 ซะงั้น นอนซมเป็นสัปดาห์ เลยทำให้ต้องหยุดพักไปโดยปริยาย และหายแล้วก็ไม่อยากหักโหมจนเกินไปทั้งงานประจำที่หนัก และงานเขียนที่ต้องให้เวลากับมัน ก็เลยพักไว้ก่อนดีกว่า
แต่ยังไงก็ชอบอยากจะเขียนให้เพื่อนๆอ่านเล่นๆกัน แต่อย่างว่าเนาะ เจอกันบน facebook ทุกวันกับเรื่องราวที่นำมาเสนอกัน แวดวงไหนเป็น talk of the town ก็เอาว่าเล่าและช่วยกันเม้น วิจารณ์กันไป เดี๋ยวนี้ก็หันไปจับ twitter แม้จับช้าไปหน่อย แต่ก็ยังพอตามทันเขาอยู่ สนุกดีนะ อยากให้เพื่อนๆได้ลองเล่นกัน ตอนนี้ก็มีเพื่อนๆใหม่ทั้งจาก fb และจาก twitter เองเข้ามา follow กัน 50 กว่าคนแล้ว ดีใจจัง
บ้านหลังนี้อนาคตอาจจะย้ายไปบ้านหลังใหม่ เพราะได้เช่าที่ ได้สร้างใหม่เป็นของตัวเอง ประมาณเดือนหน้าจะมาอวดโฉมให้เห็น ก็ติดตามกันนะคับ
ช่วงนี้นำเสนอจะหนักไปเรื่องน้ำท่วมซะส่วนใหญ่ เรียกว่าน่ากลัว และถึงขั้นวิกฤต เดือดร้อนไปทุกที อ่านข่าวทีไร แต่ละที่ไม่ต่ำกว่า 2 เมตร ที่เขียนอยู่นี่ก็น้ำยังไม่มากรุงเทพ อีก 2-3 วันก็จะมาแล้ว ไมรู้รับมือไหวไหม น้ำเยอะมากจิงๆ ปีนี้ ก็ลุ้นกันไป แต่ก็ห้ามไม่ได้ภัยธรรมชาติ ก็ต้องสู้กันไป
วันนี้มาเล่าสู่กันฟังเท่านี้ก่อน ถือว่ามาเยี่ยมเยียนบ้านหลังนี้อีกครั้ง ขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตามคับผม
จากใจ iSalaryman
วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2553
Backpack ไปเที่ยวสิงคโปร์ กันเลย ตอนที่ 8
ห่างหาย หายหน้าหายตา จนเพื่อนๆลืมกันไปหมดแล้วแน่เลย...... ยังไม่หนีไปไหน หนังยาววววว ยังฉายไม่จบ ตอนที่แล้วก็เดินทางมุ่งสู่ที่พัก
อยู่ในรถ ระหว่างทางเห็นแต่ต้นไม้ใหญ่ ตลอด สดชื่นตา สดชื่นใจจิงแท้ แล้วก็ไปเห็นที่กระจกหน้า มีเครื่องอะไรหว่า ก็เลยถามไป ปรากฏว่ามันเป็นเครื่องที่รถยนต์ทุกคันต้องติด คุณจะขึ้นทางด่วน ที่ไหน คุณจะเข้าจอดรถที่ใด เครื่องนี้มันจะตัดเงินให้อัตโนมัติ สุดยอด....... ไม่ต้องมีพนักงานเก็บเงิน ไม่ต้องเสียเวลาทอนตังค์ ขับผ่านเลย ไปจ่ายทีเดียวสิ้นเดือน.... (บ้านเรายังเถียงกันเรื่อง easy pass บัตรทางด่วนกันอยู่เลย)

แล้วเราก็มาถึงโรงแรม ประทับใจมากมายแม้ห้องมันจะเล็ก กะทัดรัด แต่สุดยอด สวยงาม สะอาด ดีจิงๆ
ไอ้ที่ดำๆ เล็กๆวางชั้นล่าง นั่นคือตู้เย็นนะคับ แช่ของพอเป็นพิธี ส่วนกล่องดำข้างบนเป็นตู้เซฟ ไว้เก็บของมีค่า

โทรทัศน์ก็แบบติดผนังไป ประหยัดเนื้อที่ดีจิงๆ
หลังจากชื่นชมโรงแรมแล้วเราก็ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ แล้วไปหาข้าวเย็นทานกันดีก่า เราจะอาศัยเจ้ารถเมล์ นี่แระ เพื่อนก็ให้บัตรมาใบนึง แจกจ่ายกันครบทุกคน ดูเหมือนบัตรรถไฟฟ้ารายเดือน บ้านเรา แต่นี่เป็นบัตรที่ขึ้นได้ทั้งรถเมล์ รถไฟ ในบัตรเดียวกัน ของเมืองไทยเรา ยังมีปัญหาเรื่องบัตรเดียวอยู่ และที่สำคัญถ้าเอามาใช้บ้านเรา กระเป๋ารถเมล์ ก็จะตกงานทันที.....
ถ่ายรูปรถเมล์มาให้ดูจะแบบธรรมดา หรือสองชั้น มีหมด ถ้าแบบสองชั้น จะขึ้นไปนั่งข้างบนก็ไม่มีปัญหา ทางขึ้นจะบอกเราว่าข้างบน นั่งได้อีกกี่ที่ โอ้ว..สุดยอด

เวลาขึ้นก็โบกรถตามปกติ ขึ้นต้องขึ้นประตูหน้า นะคับ ขึ้นไปก็แตะบัตรให้ดัง ติ๊ด แล้วก็เดินไป อย่า!! ทะลึ่งไปขึ้นตรงกลาง เหมือนบ้านเรานะคับ ตรงกลางมันเป็นทางลง โดนด่าไม่รู้ด้วย......
วันนี้เอาแค่นี้ก่อน โปรดติดตามตอนต่อไป.......
ระหว่างทางได้นั่งรถส่วนตัวของเพื่อนมา แฟนเขาเป็นหนุ่มชาวสิงคโปร์โดยกำเนิด ชื่อ ไซม่อน หน้าจีนๆ คุยกันด้วยภาษาอังกฤษ แต่สำเนียงออกไปทางจีนหน่อย ลงท้ายต้องมี สระ ย่า ด้วย ย่า ย่า (เสียงออกโทนต่ำ) ก็แปลกดี แล้วเพื่อนเราก็กลมกลืนกับเขาไปเรียบร้อยแล้ว..... 
อยู่ในรถ ระหว่างทางเห็นแต่ต้นไม้ใหญ่ ตลอด สดชื่นตา สดชื่นใจจิงแท้ แล้วก็ไปเห็นที่กระจกหน้า มีเครื่องอะไรหว่า ก็เลยถามไป ปรากฏว่ามันเป็นเครื่องที่รถยนต์ทุกคันต้องติด คุณจะขึ้นทางด่วน ที่ไหน คุณจะเข้าจอดรถที่ใด เครื่องนี้มันจะตัดเงินให้อัตโนมัติ สุดยอด....... ไม่ต้องมีพนักงานเก็บเงิน ไม่ต้องเสียเวลาทอนตังค์ ขับผ่านเลย ไปจ่ายทีเดียวสิ้นเดือน.... (บ้านเรายังเถียงกันเรื่อง easy pass บัตรทางด่วนกันอยู่เลย)
แล้วเราก็มาถึงโรงแรม ประทับใจมากมายแม้ห้องมันจะเล็ก กะทัดรัด แต่สุดยอด สวยงาม สะอาด ดีจิงๆ
หลังจากชื่นชมโรงแรมแล้วเราก็ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ แล้วไปหาข้าวเย็นทานกันดีก่า เราจะอาศัยเจ้ารถเมล์ นี่แระ เพื่อนก็ให้บัตรมาใบนึง แจกจ่ายกันครบทุกคน ดูเหมือนบัตรรถไฟฟ้ารายเดือน บ้านเรา แต่นี่เป็นบัตรที่ขึ้นได้ทั้งรถเมล์ รถไฟ ในบัตรเดียวกัน ของเมืองไทยเรา ยังมีปัญหาเรื่องบัตรเดียวอยู่ และที่สำคัญถ้าเอามาใช้บ้านเรา กระเป๋ารถเมล์ ก็จะตกงานทันที.....
ถ่ายรูปรถเมล์มาให้ดูจะแบบธรรมดา หรือสองชั้น มีหมด ถ้าแบบสองชั้น จะขึ้นไปนั่งข้างบนก็ไม่มีปัญหา ทางขึ้นจะบอกเราว่าข้างบน นั่งได้อีกกี่ที่ โอ้ว..สุดยอด
เวลาขึ้นก็โบกรถตามปกติ ขึ้นต้องขึ้นประตูหน้า นะคับ ขึ้นไปก็แตะบัตรให้ดัง ติ๊ด แล้วก็เดินไป อย่า!! ทะลึ่งไปขึ้นตรงกลาง เหมือนบ้านเรานะคับ ตรงกลางมันเป็นทางลง โดนด่าไม่รู้ด้วย......
วันนี้เอาแค่นี้ก่อน โปรดติดตามตอนต่อไป.......
วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2553
Backpack ไปเที่ยวสิงคโปร์ กันเลย ตอนที่ 7
แล้วเราก็กลับมาเม้าท์กันต่อ หลังจากห่างหายไปหลายวัน ตอนที่แล้วเตรียมตัวพร้อมแล้ว พร้อมที่จะบิน
ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปสุวรรณภูมิ สำหรับการขึ้นเครื่อง แนะนำว่าไปก่อนเวลาสัก 2-3 ชม. นะคับ เพื่อความชัวร์ อะไรก็เกิดขึ้นได้
แล้วก็มาถึงสนามบินเวลาเหลือสบาย สมาชิกในการเดินทางเรามีกัน 4 คน ผม แฟนผม พี่แฟนผม แฟนพี่แฟนผม และรออยู่ที่สิงคโปร์อีก 2 คนคือ เพื่อนพี่แฟนผม และ แฟนเพื่อนพี่แฟนผม .... เขียนไปเขียนมาชักงง แต่เป็นว่าทริป นี้มี 6 คนแล้วกัน
แล้วก็จัดการ check in เรียบร้อยตามระเบียบ และหลังจากนั้นก็ไปเดินที่ Duty free ไปๆมาๆ เวลามันเหลือน้อยอ่ะ..... ต้องไปขึ้นเครื่องแล้ว ที่สำคัญ ยังไม่ได้ทานอะไรเลย.... หิวแย้วว
แต่ก็ใกล้เวลาขึ้นเครื่อง ก็ทนหิวไปก่อน แต่ที่ต้องทนคือต้องไปทานที่โน้นเลยอ่ะ เพราะบนเครื่องไม่มีอะไรให้ทาน....เฮ้อ เศร้า
นี่คือเครื่องที่เราจะขึ้น ลำเล็ก กะทัดรัดดีจัง..... แต่อาการเริ่มเซ็งนิดๆปนหิวก็เกิดขึ้น เมื่อประกาศว่า เครื่อง delay คับพี่น้อง..... ก็ยืนดูมันผ่านหน้าต่าง เครื่องอยู่ข้างหน้าแต่ไม่ได้ขึ้น ดูเขาเติมน้ำมัน load ของขึ้นเครื่อง ไปเพลินๆ แล้วก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องเรียบร้อย นั่งดูว่ามีอะไรบ้าง เห็นเมนูอาหารแล้วก็หิว แต่ไม่เอาดีก่า สีทนได้..... อาศัยว่าหลับเอาแรง ลืมหิว ไปแล้วกัน
แล้วเราก็ใกล้ถึง....แล้วมองผ่านกระจกออกไป วาว....สีเขียวทั้งเกาะเลย สดชื่น สดชื่น
แล้วก็ถึงที่หมาย มองดูเวลา เฮ้ย.... ขนาดเครื่อง delay ยังถึงที่หมายเวลาเดิมเลยอ่ะ... พวกเราต่างยกย่องกัปตัน ที่ทำเวลาได้เหลือเชื่อ แต่ที่ไหนได้ ลืมปรับเวลาคับพี่น้อง ต้องตั้งเวลาล่วงหน้า 1 ชั่วโมง 5555.... แล้วเราก็เดินทางจัดการเข้าประเทศ ผ่านเป็นที่เรียบร้อยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ตอนยืนให้เขาตรวจเอกสาร ก็มองหน้าไว้ แต่ในใจอย่าถามกรู นะเฟ้ย....
ด้วยความหิวก็ไปหาอะไรทานก่อน รอเพื่อนมารับด้วย..... ก็ลงเอยที่แซนวิช คับ.... กี่เหรียญจำไม่ได้แล้วก็คง 100 กว่าบาท น้ำดื่มขวดนึงก็แพงอยู่
1 ชิ้นก็แบ่งไปครอบครัวล่ะอัน..... อร่อยดีนะ แต่ใหญ่เหลือเกินทานลำบาก แต่ด้วยความหิว ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
ที่ประเทศนี้ จะหาเด็กเสริฟสวยๆ น่ารักๆ ขอบอกว่าหมดสิทธิ์ ที่ประเทศนี้เน้นคนแก่ครับ.... ไม่ว่าจะพนักงานทำความสะอาด เด็กเก็บกวาด ระดับคุณลุง คุณป้า หรือเข้าขั้นคุณตา ก็มีให้เห็นเลยที่เดียว ชอบๆ ที่สำคัญขยัน มากมาย เมืองไทยเอาบ้างก็ดีนะ
แล้วเพื่อนที่รอก็มาถึง Say Hello แฟนเค้า จับมือกันตามมารยาท จากนั้นเราก็เตรียมตัวมุ่งหน้าไปโรงแรมเพื่อ check in ก่อน แบ่งกันไป ผมกับแฟน ไปกับเพื่อนและไซม่อน ด้วยรถส่วนตัวเขา ส่วนพี่แฟนกับแฟนเขา ก็แบ่งไปนั่ง Taxi
จะบอกว่า Taxi ที่นี่เขานั่งได้ 3 คนนะ เกินกว่านี้ไม่ได้ผิดกฏหมาย โดยกำหนด นั่งข้างคนขับ 1 คน ด้านหลังได้ 2 คน.... ต่างจากเมืองไทย ที่มีเท่าไหร่อัดกันเข้าถ้าสามารถ ช่วยชาติประหยัดน้ำมันด้วย ของเราดีกว่าเยอะเนาะ
วันนี้เขียนเท่านี้ให้ได้อ่านหายคิดถึงก่อนแล้วกัน ยังไม่ค่อยสบาย..... เดี๋ยวมีเวลาจะเข้ามาเขียนให้อ่านกัน
โปรดติดตามตอนต่อไป...... มุ่งหน้าสู่ ibis Hotel..
ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปสุวรรณภูมิ สำหรับการขึ้นเครื่อง แนะนำว่าไปก่อนเวลาสัก 2-3 ชม. นะคับ เพื่อความชัวร์ อะไรก็เกิดขึ้นได้
แล้วก็มาถึงสนามบินเวลาเหลือสบาย สมาชิกในการเดินทางเรามีกัน 4 คน ผม แฟนผม พี่แฟนผม แฟนพี่แฟนผม และรออยู่ที่สิงคโปร์อีก 2 คนคือ เพื่อนพี่แฟนผม และ แฟนเพื่อนพี่แฟนผม .... เขียนไปเขียนมาชักงง แต่เป็นว่าทริป นี้มี 6 คนแล้วกัน
แต่ก็ใกล้เวลาขึ้นเครื่อง ก็ทนหิวไปก่อน แต่ที่ต้องทนคือต้องไปทานที่โน้นเลยอ่ะ เพราะบนเครื่องไม่มีอะไรให้ทาน....เฮ้อ เศร้า
นี่คือเครื่องที่เราจะขึ้น ลำเล็ก กะทัดรัดดีจัง..... แต่อาการเริ่มเซ็งนิดๆปนหิวก็เกิดขึ้น เมื่อประกาศว่า เครื่อง delay คับพี่น้อง..... ก็ยืนดูมันผ่านหน้าต่าง เครื่องอยู่ข้างหน้าแต่ไม่ได้ขึ้น ดูเขาเติมน้ำมัน load ของขึ้นเครื่อง ไปเพลินๆ แล้วก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องเรียบร้อย นั่งดูว่ามีอะไรบ้าง เห็นเมนูอาหารแล้วก็หิว แต่ไม่เอาดีก่า สีทนได้..... อาศัยว่าหลับเอาแรง ลืมหิว ไปแล้วกัน
แล้วเราก็ใกล้ถึง....แล้วมองผ่านกระจกออกไป วาว....สีเขียวทั้งเกาะเลย สดชื่น สดชื่น
แล้วก็ถึงที่หมาย มองดูเวลา เฮ้ย.... ขนาดเครื่อง delay ยังถึงที่หมายเวลาเดิมเลยอ่ะ... พวกเราต่างยกย่องกัปตัน ที่ทำเวลาได้เหลือเชื่อ แต่ที่ไหนได้ ลืมปรับเวลาคับพี่น้อง ต้องตั้งเวลาล่วงหน้า 1 ชั่วโมง 5555.... แล้วเราก็เดินทางจัดการเข้าประเทศ ผ่านเป็นที่เรียบร้อยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ตอนยืนให้เขาตรวจเอกสาร ก็มองหน้าไว้ แต่ในใจอย่าถามกรู นะเฟ้ย....
ด้วยความหิวก็ไปหาอะไรทานก่อน รอเพื่อนมารับด้วย..... ก็ลงเอยที่แซนวิช คับ.... กี่เหรียญจำไม่ได้แล้วก็คง 100 กว่าบาท น้ำดื่มขวดนึงก็แพงอยู่
1 ชิ้นก็แบ่งไปครอบครัวล่ะอัน..... อร่อยดีนะ แต่ใหญ่เหลือเกินทานลำบาก แต่ด้วยความหิว ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
ที่ประเทศนี้ จะหาเด็กเสริฟสวยๆ น่ารักๆ ขอบอกว่าหมดสิทธิ์ ที่ประเทศนี้เน้นคนแก่ครับ.... ไม่ว่าจะพนักงานทำความสะอาด เด็กเก็บกวาด ระดับคุณลุง คุณป้า หรือเข้าขั้นคุณตา ก็มีให้เห็นเลยที่เดียว ชอบๆ ที่สำคัญขยัน มากมาย เมืองไทยเอาบ้างก็ดีนะ
แล้วเพื่อนที่รอก็มาถึง Say Hello แฟนเค้า จับมือกันตามมารยาท จากนั้นเราก็เตรียมตัวมุ่งหน้าไปโรงแรมเพื่อ check in ก่อน แบ่งกันไป ผมกับแฟน ไปกับเพื่อนและไซม่อน ด้วยรถส่วนตัวเขา ส่วนพี่แฟนกับแฟนเขา ก็แบ่งไปนั่ง Taxi
จะบอกว่า Taxi ที่นี่เขานั่งได้ 3 คนนะ เกินกว่านี้ไม่ได้ผิดกฏหมาย โดยกำหนด นั่งข้างคนขับ 1 คน ด้านหลังได้ 2 คน.... ต่างจากเมืองไทย ที่มีเท่าไหร่อัดกันเข้าถ้าสามารถ ช่วยชาติประหยัดน้ำมันด้วย ของเราดีกว่าเยอะเนาะ
วันนี้เขียนเท่านี้ให้ได้อ่านหายคิดถึงก่อนแล้วกัน ยังไม่ค่อยสบาย..... เดี๋ยวมีเวลาจะเข้ามาเขียนให้อ่านกัน
โปรดติดตามตอนต่อไป...... มุ่งหน้าสู่ ibis Hotel..
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


