
แล้วก็เกิดเหตุการณ์มากมายจนต้องอยู่บ้าน แล้วจนถึงประกาศเคอร์ฟิว แล้วก็เกิดปรากฏการณ์ร้านสะดวกซื้อถูกกวาดของกินจนหมดเกลี้ยง เพราะกลัวต้องอยู่แต่ในบ้าน....ซึ่งกระผมก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ซื้อไม่เยอะ มาม่าที่บ้านหมดพอดี

ช่วงเวลานั้นต้องนั่งทำงานที่บ้าน ใช้โทรศัพท์คุยงานกับชาวบ้าน ค่าโทร กระฉูด !!!! ไปเลย ถือว่าหักค่ารถไม่ไปทำงาน แต่มันมีค่าไฟที่บ้านด้วย เอ๊ะ ตกลงทำงานที่บ้าน หรือ office มันต้นทุนถูกกว่ากัน แต่ Salaryman ก็ไม่ค่อยได้ทำงานเท่าไหร่ เปิด notebook เชคข่าวตลอดเวลา เปิดโทรทัศน์ ดูสถานการณ์สดๆ เปิดมือถือรอดู SMS เป็นอย่างงี้ รายงานข่าวอย่างงี้ทุกวัน เป็นบ้าไปแล้ว แต่ก็สนุกที่ทำ ได้กำลังใจจากเพื่อนๆ ที่มาเม้นกัน
แล้วคืนวันก่อนการสลายการชุมนุม เอ้ย..ขอคืนพื้นที่ จิงๆซะที บอกแล้ว บอกอีก ขู่แล้ว ขู่อีก ก็ไม่ถอย และค่ำคืนนั้นต้องนั่งทำงาน เพราะอู้งานมานาน จนตี 3
แต่แล้วตอนเช้า 7 โมงเช้า พี่โทรมาบอกว่า เขายิงกันแล้ว นาทีนั้นคือ เปิดโทรทัศน์ เปิด notebook เอ้ย!!! เรามันคนทำงาน หรือนักข่าวว่ะเนี้ย แล้วก็นั่งทั้งวัน ลืมง่วง ไปเลย ดูจนไปถึงเผาบ้าน เผาเมือง น้ำจาก็ซึมไป คนไทย หนอคนไทย ใครไม่ชอบทหาร นายก ก็จะด่าว่า ฆาตกร ใครไม่ชอบเสื้อแดง ก็จะด่า มึงจะเผาบ้านเผาเมืองทำไม....

ผลลัพธ์ ใครได้อะไร.... มีแต่เจ็บกันทั้งประเทศ แล้วมันก็ยังคงแตกแยกทางความคิดกันต่อไป และไม่รู้วันไหนคนไทยจะรักกันเหมือนเดิม ใครคิดต่าง และต่อว่าฝ่ายไหน ก็จะถูกจับใส่สีเสื้อให้ทันที ผมก็เป็นคนนึงที่โดนใส่สีเสื้อไปเรียบร้อย พร้อมโดนด่าไปตามระเบียบ ของผู้ที่คิดต่าง..... แต่ไม่เป็นไร ด่ากันไป ก็เท่านั้น ประเทศก็ต้องเดินหน้าต่อไป
ผมคงไม่เอารูปต่างๆช่วงนั้นมาลงนะ เดี๋ยวสะเทือนใจกันป่าวๆ ไปดูกันที่อัลบั้ม www.facebook.com/iSalaryman ก็แล้วกัน....
จบตอน โปรดติดตามตอนต่อไป











